วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

รีวิว ร้านอาหาร Philippe Restaurant Bangkok "Finest French restaurant in Bangkok"

Philippe Restaurant
วันนี้ผมนั่งๆนอนๆ อยู่และคิดว่าจะไปหาอะไรทานดีนะ เพื่อที่ชีวิตจะได้ไม่ซ้ำซาก ว่าจะไปกินร้านอาหารญี่ปุ่นตอนนี้ก็เป็นช่วงที่เขาไม่ทานกัน เพราะติดปัญหาเรื่องเป็นห่วงกัมมันตภาพรังสี เปิดเวป หาไปมา สุดท้ายนึกได้ว่าท่านน้อง @nuchy17 เคยแนะนำว่ามีร้านอาหารฝรั่งเศสแถวๆสุขุมวิทย์ที่ต้องไปลองอยู่ เลยได้ทีถามข้อมูลจากท่านน้องเขา แล้วก็มุ่งตรงไปเลย

เวลาที่ผมไปถึงคือ 17.50 น. ซึ่งร้านเขายังไม่เปิด เพราะว่าร้านเปิด 18.00 น. แต่ทางร้านก็ใจดีให้เข้าไปถ่ายรูปในร้านได้ก่อน และก็เปิดไฟ เปิดแอร์ให้ด้วยครับ ทั้งๆที่ไม่ได้จองและไม่ได้บอกว่าจะมาทำอะไรด้วยนะครับ

ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิทย์ 39 ครับ ซอยที่ทะลุได้ทั้งจากทางถนนเพชรบุรีและก็สุขุมวิทย์ หากเข้าจากปากซอยสุขุมวิทย์ ร้านจะอยู่ทางขวามือ  ร้านไม่ได้ตั้งอยู่ในตึกอะไร ผมเข้าใจว่าเป็นห้องของตนเองครับ แต่ก็มองไม่เห็นป้ายชื่ออยู่ตรงไหนเหมือนกัน  อันนี้ website ของร้าน http://philipperestaurant.com/


ภายในร้านมีสองชั้นครับ ชั้นบนมีโซฟา ร้านไม่ใหญ่มากแต่สิ่งหนึ่งที่ผมพบคือว่าควรจะต้องแต่งตังให้ formal เล็กน้อยเหมือนกัน
ภายในร้าน Philippe Restaurant

ภายในร้าน Philippe Restaurant


ภายในร้าน Philippe Restaurant
ภายในร้าน Philippe Restaurant
อย่างที่บอกครับ คือผมไม่ได้รู้จักร้านนี้มาก่อน และก็ไปตามคำแนะนำ สิ่งที่ผมพบคือ ว่าร้านนี้เป็นร้านที่ Hiso และน่าจะแพงที่สุดในบรรดาร้านที่เคยรีวิวมาทั้งหมด wine ที่นี่ขวดที่แพงที่สุด ราคาถึงขวดละ 60000 บาท  หกหมื่นบาท ทีเดียวครับ แต่ wine ถูกขวดละ 1200 บาท ก็มีนะครับ สำหรับอาหารแล้วมีอาหารเป็น set คือ มื้อเที่ยง set ละ 500 บาท ส่วนมื้อเย็น set ละ 1500 บาทครับ  หากไม่สั่งเป็น set คงคุมงบได้ยากเหมือนกัน

สำหรับครั้งนี้ผมสั่งเป็น set ครับ ซึ่งใน set ก็มี ตับเป็ด MilleFeuiile ครับมากับสลัดและขนมปัง และเยลลี่ ที่ทำจากน้ำซุป
Duck Liver MilleFeuiile
ต่อเนื่องใน set ครับ ก็เป็น หอยเชลล์ญี่ปุ่นในซอสไวน์ขาวและเนย
Roasted Japan Scallop with with wine butter sauce

หลังจากนั้นเราจะได้กินซุปเป็ด Duck consomme' ครับ

Duck consomme'

หลังจากตรงนี้ก็จะได้เชอร์เบต ซึ่งมีสองรสคือรสส้ม กับรสเบซิลผสมกับพริก ออกสีเขียวๆนี่ ผมว่าแปลกดีครับ
Sherbet
ก็มาถึง main course ที่มีให้เลือกสามอย่างคือ เนื้อวัว ปลา และเนื้อแกะ อร่อย สด และพิถีพิถันมาก  ( แต่กว่าจะถึงตรงนี้อาจอิ้่มได้เช่นกัน เพราะมีขนมปังอร่อยๆให้ทานไปตลอดทางครับ ปกติผมก็กินน้อยอยู่แล้ว จริงๆ อิ่มตั้ืงแต่จานแรกเลย)

Braised beef cheek
 เนื้อนี่เหมือนเนื้อตุ๋น มันไม่เหนียวเลย นุ่มอร่อยมากครับ
Fried cod fish filet
ตบท้ายกันด้วยของหวานและชากาแฟ
ของหวานแบบรวมๆ
สำหรับร้านนี้ อย่างอื่นก็มีนะครับ มีเยอะเลย แต่ผมไม่เอารูปมาลงละครับ เอาแค่ชุดก็พอ ทีนี้ wine ครับ wine สำหรับวันนี้เป็นตัวกลางๆจาก แอฟริกาใต้ ตัว vintage ของ Rubert & Rothschild ครับ (เป็น wine promotion เวลานี้)
Rubert & Rothschild 2008 Vintage
ทั้งหมดนี้ บิลออกมาถูกกว่าที่ไปทาน Hyde and seek ครับ แต่ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผมได้เลือกวิธีที่จะควบคุมงบนั่นเอง ดังนั้น ผมจึงจะสรุปว่าร้านนี้เป็นร้านที่แพงที่สุด ที่อยู่ใน web แห่งนี้ ณ เวลานี้ เหมาะสำหรับนั่งคุยธุระกัน เพราะกว่าจะเสร็จ course ก็กินเวลามากอยู่ ส่วนจะพาแฟนมา Dinner แบบไม่ต้องมีคนเยอะ ก็มาได้ที่นี่เลยครับ

ร้านนี้ได้รับรางวัลจากสถาบันต่างๆมากมายหลายปีซ้อน ผมคงไม่กล้าจะไม่แนะนำหรอกครับ ร้านนี้อยู่ในระดับแนะนำมาก อร่อยมากๆ เลยครับ แต่มันก็แพงเหมือนกันครับ มาร้านนี้แต่งตัวมานิดหน่อยก็ดีครับ อน่า casual มากเกินไปเหมือนผม - -*

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น