วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

รีวิวร้านอาหาร In the mood for Love Sushi Bar & Bistro สุขุมวิท 36

In the mood for love
In the mood for love ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอย สุขุมวิท 36  คือออกจากปากซอยทองหล่อเลี้ยวขวาเข้าสุขุมวิทมุ่งหน้าไปทางเอมโพเรียม ให้รีบชิดซ้ายไว้เลย พอถึงปั๊มก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอยติดปั๊มมาเลยครับ ทางขวาจะเป็นคอนโดของ noble

ร้านนี้ชื่อเต็มๆคือ  In the mood for Love Sushi Bar & Bistro อีกแล้ว ช่วงนี้ร้าน Bar & Bistro มีหลายร้านมาก แสดงว่าเป็น Bar ที่ขายอาหารอีกแล้ว

จริงๆร้านนี้เปิดมาเป็นปีแล้วครับ ผมเพิ่งจะได้ไปเพราะคอนโด noble นี่แหละถึงผ่านร้านนี้บ่อยๆ เห็นชื่อเพราะดี น่าสนใจเลยไปลองมาจนได้ครับ ร้านนี้ มี facebook คือ http://www.facebook.com/InTheMood.Bangkok

สิ่งที่ประทับใจมากๆที่สุดในร้านนี้คือเรื่องของ บริการ ครับ ถ้ามีคะแนน 100 ผมให้คะแนนเต็มไปเลยครับ ไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือเปล่าที่ได้รับบริการอย่างดีในครั้งที่ไป แต่ก็ตั้งแต่รีวิวมาไม่เคยพูดอะไรอย่างนี้มาก่อนนะครับ   พนักงานเป็นกันเอง สุภาพ แม่นข้อมูล ถามอะไรตอบได้ แสดงถึงการได้รับการ train มาเป็นอย่างดีครับ ซึ่งหลายๆร้านละเลยจุดนี้ไป  ทั้งนี้ก็ขอให้ทุกท่านผู้อ่านได้สัมผัสเองครับ ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้

บรรยากาศในร้านเป็นแบบไหนก็ไม่รู้ละ แต่ว่าเขามี Theme เป็นแบบในหนังเรื่อง In the mood for love (2000) ที่เป็นหนังเกี่ยวกับความรักที่ฝ่าฝืนขนบธรรมเนียมประเพณี

 ว่ากันว่า หนังเรื่องนี้เป็นระดับ classic ที่ความรักนั้นงามละเมียด เหนือคำบรรยายใดๆ ภายในร้านจึงตกแต่งเป็นแบบจีน ฮ่องกงในยุคที่หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องอยู่คือช่วง 1960's

(แต่จะเห็นว่า poster ด้านขวาที่ผมมาแปะไว้นั้น มันเขียนด้วยภาษาอังกฤษกับภาษาญี่ปุ่น ครับ)

ด้วยความที่มี theme เช่นนี้ ร้านจึงเปิดเพลงฝรั่งสลับกับเพลงจีนครับ ไม่มีเพลงญี่ปุ่นนะ เท่าที่ผมได้ยิน

ในร้านมีที่นั่งทั้งในห้องด้านในที่กั้นเป็นห้องส่วนตัวได้ มีที่นั่ง counter หรือจะนั่งโต๊ะโซฟาก็ได้ ตอนที่ผมไปนั้นเป็นเวลา 18.00 น. ของวันเสาร์ ที่นั่งเหลืออีกเพียงที่เดียวเพราะที่เหลือถูกจองเต็มแล้วครับ  ร้านนี้ชาวต่างชาติเยอะครับ ได้ยินว่าบางคู่บินมาขอแต่งงานกันที่นี่ทีเดียว โทรจองได้ครับ ที่ 026615076

ภายในร้าน In the mood for love
เมนู ร้านอาหาร In the mood for love

สาเก 

counter bar
บรรยากาศในร้านโดยรวมสวยงาม น่านั่งครับ  สาเกมีแบบขวดใหญ่สั่งทั้งขวดเลยก็ได้ ขวดที่แพงสุดอยู่ 8000 บาท  ส่วน cocktail ก็ทำโดย บาร์เทนเดอร์ผู้อารมณ์ดี

ต่อไปมาดูอาหารกันบ้าง
เป็ดราดบันโนซอส
อาหารชื่อ Guilty but Happy นี่ได้รับคำอธิบายว่ามันคือกุ้งเทมปุระ กับชีสสอดไส้อยู่ภายในข้าวปั้น  ซึ่งบอกว่าทานแล้วจะอ้วนเลยรู้สึก Guilty แต่ก็อร่อย เลย Happy  ทำให้อดนึกถึง Theme ของร้านไม่ได้ว่า In the mood for love ที่เกี่ยวกับความรักที่ผิดประเพณี ก็เลยรู้สึกผิด Guilty แต่ก็มีความสุขในใจเกินกว่าจะบรรยายได้ ก็เลย Happy

Guilty but Happy
อ้นนี้ของพิเศษช่วงนี้ มันคือ ซุชิหกอย่างนั่นเอง

Roku Nigiri

ปลาหิมะ
ส่วนตัวแล้วผมว่า อาหารก็งั้นๆนะครับ หากเปรียบเทียบกันแล้วผมชอบอาหารของร้าน Sonnie's มากกว่า แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีครับ

เอาละครับ สรุป ร้านบรรยากาศดี พนักงานบริการเป็นเยี่ยม สาเกหลากหลาย cocktail  ก็มี เบียร์สดมี Hoegaarden  ส่วนอาหารมีแปลกหลากหลายครับ ราคาตกหัวละประมาณ 500 บาทครับ ทั้งนี้ขึ้นกับการสั่งเครื่องดื่มด้วย
ร้านไม่มีโปรโมชั่นกับบัตรเครดิตอะไรครับ แต่ถ้าจ่ายเงินสดเขาลด 5% ครับ
ข้อที่ติถ้าจะมีก็เรื่องที่จอดรถครับ ที่จอดน้อยมากต้องไปจอดที่โรงเรียนนานาชาติแล้ว ให้รถรับส่งของทางร้านเขามาส่ง

ร้านเขาเปิดให้ทานช่วงกลางวันแล้วครับ เวลา 11.00-14.00 น. ครับ

In the mood for love

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น