วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ว่าด้วยเรื่อง ไวน์จุกคอร์ก ไวน์ฝาเกลียว

ปกติ blog ผมไม่ได้มีไว้แสดงความรู้อะไรเป็นพิเศษครับ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ไม่ได้เป็นการมีความรู้อะไรเป็นพิเศษกับเขาหรอก เขียนเพราะเพิ่งจะทราบเหมือนกันครับ

ผมไปชิมร้านอาหารต่างๆที่มีไวน์ขายอยู่ด้วยนี่ ผมก็ไปอย่างบ้านๆ นี่แหละ คือเป็นคนที่ไม่ได้มีความรู้อะไรกะเขา ไปสั่งก็ใช้วิธีเรียนรู้โดยการ ลองผิดลองถูก ไปเรื่อยๆครับ ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีที่พลาดอยู่เลย

ทีนี้เรื่องที่เราจะมาเขียนกันในวันนี้คือเรื่องของไวน์จุกคอร์ก กะไวน์ฝาเกลียว  เพราะช่วงหลังผมได้ยินวาทะเรื่อง ดื่มไวน์ เป็นเครื่องดื่มอมาตย์ ดื่มเบียร์เป็นเครื่องดื่มไพร่ ประเด็นตรงนี่แหละ ที่เป็นจุดที่ทำให้ผมอยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาบ้าง

เรื่องไพร่ หรือ อมาตย์ อารยชน หรือคนเถื่อน ไม่ใช่มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ที่ยุโรปเขาก็เป็นมานานแล้วตั้งแต่ยุคโรมัน มนุษย์ได้ใช้การดื่มเครื่องดื่มชนิดต่างๆกัน การดื่มไวน์เก่าใหม่ต่างกัน มาใช้ในการแบ่งแยกชนชั้นของมนุษย์      ชาว"อารยะ" อย่างพวกฝรั่งเศสอิตาลี เขา ดื่มไวน์กันมากสุดในยุโรป  ส่วนประเทศที่ดื่มเบียร์มากสุด ก็ได้แก่ประเทศตรงพื้นที่ ที่ชาวโรมันเขาเคยมองว่าเป็นดินแดนของคนเถื่อนนั่นเอง ได้แก่ดินแดนพวก เยอรมัน ออสเตรีย อังกฤษ ไอร์แลนด์ ในปัจจุบัน เป็นต้น  จนถึงยุคนี้ ผมก็ยังคิดว่า เครื่องดื่มที่ใช้เป็นสนามในการประลองความรู้ และใช้วัดความต่างทางสังคม ได้ดี ก็คือ ไวน์ นี่แหละครับ

คือ "ภาพ" ของการดื่มไวน์นั้น มักมาคู่กับความเป็นเครื่องดื่มที่แพง และจะดื่มนั้นทำได้ยาก ทำให้คนที่ดื่มไวน์จะมี "ภาพ" เป็นคนรวย หรือเป็น "อมาตย์"   และไวน์จุกคอร์ก ก็มีภาพของความ classic และมีราคาแพง   ส่วนภาพของการดื่มไวน์ฝาเกลียว เป็นภาพของ "ไวน์ราคาถูก"   คนที่เดิมไวน์ฝาเกลียว เลยได้ภาพเป็น ดื่มไวน์ฝาเกลียวเป็น "ไพร่" ไปนะครับ  ถ้าดูรีวิวของผมที่ผ่านๆมา ก็มีทั้งฝาเกลียวฝา คอร์กนั่นแหละครับ จะอะไรกันนักหนา กลายเป็นดื่มอะไรก็ไม่ได้ไปซะแล้วนะครับ  ในความเห็นของผมนั้น ไวน์ฝาเกลียว ที่รสชาติดี ก็มีเยอะแยะไปนะครับ และประหยัดด้วย ดื่มแพงๆ บ่อยๆ เงินหมดก่อนครับ

อย่าเอาความรู้สึกมาตัดสินใจ ว่าไวน์ดีหรือไม่ดี  ด้วยการดูที่ฝา ทั้งสองอย่างอาจรสชาติดี หรือได้รับคุณค่าคุ้มค่าได้พอๆกัน    ไวน์ฝาเกลียวเปิดง่ายกว่า ส่วนถ้าอยาก classic ก็ไป เปิดจุกคอร์ก ก็ได้ครับ เหมือนกับที่บางวันเราอยากกิน ข้าวแกง บางวันก็ไปกินภัตตาคารหรูอะไรอย่างนั้นก็ได้นี่ครับ  มันก็อร่อยเหมือนกันนั่นแหละ ไปคนละแบบ คนละโอกาสของมัน

อาจารย์วิฑูรย์แห่งโรงเรียนค็อกเทลแอนด์ไวน์ ท่านว่าไว้ดังนี้ ว่าประเพณีของการดื่มไวน์นั้น มันมักจะยุ่งยากและซับซ้อน ไวน์ที่ใช้ฝาคอร์ก มีข้อดีอย่างหนึ่งก็คือว่า หากไวน์เสีย เราจะสามารถรู้ได้โดยการดูที่จุกคอร์ก  กล่าวคือเมื่อเปิดขวดออกมาแล้ว เราเอา จุกคอร์กออกมาดม เราก็จะทราบได้ทันที ว่าไวน์มันเสียหรือไม่เสีย โดยที่เราไม่ต้อง เอาไวน์ที่เสียเข้าปากเสียด้วยซ้ำ  แค่ดูสีจุกคอร์ก ดมกลิ่นก็รู้แล้ว  อย่างที่เขาเรียกว่า Corked wine

เคยสงสัยบ้างไหมว่าเขาเปิดจุกคอร์กของไวน์ แล้วเอาจุกมาให้เราทำไม  ก็เพื่อมาดูว่า มันเสียหรือเปล่าไงละครับ  อย่าลืมเอาจุกคอร์กที่เปิดออกมาแล้ว มาดม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเปิดไวน์ขวดแพงๆ (ผมเตือนใจตัวเอง)

ช่วงหลังๆเราจะเห็นไวน์ที่ใช้ฝาเกลียวมากขึ้น ไวน์พวกนี้มักจะมีอายุไม่มากนัก เป็นไวน์ปรุงพร้อมดื่ม การใช้ไวน์ฝาเกลียวเป็นการลดต้นทุนอย่างหนึ่ง ประกอบกับการใช้จุกคอร์กไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปในการผลิตไวน์แบบ mass  ดังนั้นเราจะเห็นผู้ผลิตทั้งเก่าและใหม่หันมาใช้ฝาเกลียวกันมากขึ้น

ข้อดีของไวน์ฝาเกลียวคือ

1.ไวน์ฝาเกลียว มักจะถูกกว่าไวน์จุกคอร์ก
2. การใช้ไวน์ฝาเกลียวมันเปิดง่ายกว่า หมดปัญหาเรื่องเปิดไวน์แล้วคอร์กตกลงไปในขวด คอร์กเปื่อยจนแตก  ปัญหาเปิดไม่ได้ อะไรพวกนี้ หมดไปเมื่อใช้ฝาเกลียว
3. การทดลองเผย การปิดด้วยไวน์ฝาเกลียว มันปิดแน่นสนิทดีกว่า ทำให้รักษาคุณภาพของไวน์ ได้นานกว่าการใช้จุกคอร์ก  ( จริงๆ ฟังดูแปลก เพราะไวน์ฝาเกลียวพวกนี้ มักจะถูกดื่มอย่างเร็วมาก เพราะพวกมันไม่ต้องเก็บไว้นาน ถึงจะพร้อมดื่มเหมือนไวน์แบบเก่าๆ ดังนั้นก็ไม่เห็นต้องรักษาไวน์อะไรให้นานเลยนี่นา )

ครับ เท่านี้แหละครับที่ต้องการจะบอก คืออยากจะบอกว่าไวน์ฝาเกลียวกับไวน์จุกคอร์ก ก็สามารถให้คุณค่าในการดื่มได้เหมือนๆกัน นั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าเราอยากได้ คุณค่า อะไรจากเครื่องดื่มเหล่านั้น  และสำหรับผม คุณค่าเรื่อง การเป็นอารยะ หรือ เป็น ไม่อารยะ เป็นไพร่ หรือเป็นอมาตย์ พวกนั้น ผมว่าไม่น่าจะเกี่ยวแล้วนะครับในยุคสมัยนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น