วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รีวิว ร้านอาหารในโรงแรม โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพ , Elements at The Okura Prestige Bangkok

The Okura Prestige Bangkok
ทุกครั้งที่ผ่านตรงถนนวิทยุในช่วงที่อาคาร Park Ventures สร้างอยู่ ผมมีความคิดเสมอๆ ว่าอาคารนี้สวยจริงๆ นับเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มี ความสวยงามทางสถาปัตยกรรมอย่างมากอาคารหนึ่งในกรุงเทพครับ  จนกระทั่งอาคารก่อสร้างเสร็จ ก็เพิ่งทราบว่า ณ ที่แห่งนี้ เป็นที่ตั้งของ โรงแรม โอกุระ , The Okura Prestige จากญี่ปุ่นครับ  นับเป็น Chain โรงแรมจากญี่ปุ่นที่แรกและที่เดียวในเมืองไทยในขณะนี้    เครือ Okura เป็นเครือที่ใหญ่มาก ไม่นานมานี่เครือนี้ก็เพิ่งไป take เครือโรงแรงแรมของ JAL มาครับ

website ของโรงแรมครับ   http://www.okurabangkok.com/
website ของเครือ  http://www.okura.com/

โรงแรมอยู่ในทำเลเพลินจิต ถนนวิทยุ  เยื้องๆ กับโครงการ Central Embassy ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างขณะนี้  โครงการอยู่หัวมุมเลยครับ สามารถเดินทางได้สะดวกโดยสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต ตัวโรงแรมประกอบด้วยห้องกว่า 240 ห้อง และเท่าที่ได้สัมผัสมานิดหน่อย ผมคิดว่าเป็นโรงแรมที่เนี๊ยบจริงๆครับ โดยเฉพาะการบริการ แม้จะเพิ่งเปิด แต่การบริการก็ไม่มีที่ติจริงๆ  อ้อลืมบอกไปว่าโครงการพัฒนาอันนี้เป็นของเครือ TCC Land กลุ่มเจ้าสัวเจริญ (อีกแล้ว)

อาคารเป็นรูปคล้ายๆ มือที่พนมอยู่ มั้งครับ   ส่วนที่เห็นเป็นยื่นๆออกมานอกอาคารนั้นคือในบริเวณชั้น 24-25 ที่เป็นส่วนของร้านอาหาร Up and Above และร้าน Elements ที่อยู่ตรงสระว่ายน้ำนั่นเองครับ

The Okura Prestige Bangkok

โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

ที่ด้านล่างอาคาร Park Ventures นี่ ยังมีร้านอีกร้านนึงที่อยากไปลองเหมือนกันคือร้าน Ogu Ogu  ร้านนี้มีสาเก สั่งหนึ่งได้อีกหนึ่ง และอาหารก็ลดราคาอยู่ด้วยนครับ

Ogu Ogu
เดินเข้ามาในโรงแรม แล้วกด lift ขึ้นชั้น 24 ไป lobby เลยครับ  ความรู้สึกแรกของผมที่เข้ามาที่นี่ คือผมว่ามัน Prestige มันให้ความรู้สึกที่เป็นผู้ใหญ่ มากครับ

The Okura Prestige Bangkok

The Okura Prestige Bangkok
ชั้น 24 เป็นชั้น Lobby ของโรงแรม มีร้าน Up and Above ร้าน Yamazato และ Lobby Lounge ของโรงแรมอยู่ตรงนี้
Lobby The Okura Bangkok

ร้าน Yamazato ไม่ได้เข้าไปดู แต่คาดว่าคงแพงเอาเรื่องอยู่
Yamazato
 ทีแรกว่าจะไปทาน ร้าน Up and Above ร้านในรูปข้างล่างนี่แหละครับ  แต่พอดูรายการอาหาร กับดูบรรยากาศแล้ว ผมว่า เราไปร้าน Elements ที่อยู่ชั้น 25 ดีกว่า  เดินขึ้นบันไดไปอีกชั้นนึง
ร้าน Up and Above นี่เป็น All day Dinning ของ Hotel Okura ครับ

Up and above
 มีที่นั่ง Lobby lounge ด้านนอกเหมือนกัน แต่เป็นเล็กๆครับ และผมไม่กล้าถ่ายรูป เพราะมีคนนั่งอยู่ เกรงใจแขกของโรงแรมท่านอื่น  ครั้นจะยืนถ่ายริมๆ ก็กลัวจะตกตึก เลยถ่ายมาได้แค่นี้สำหรับมุมนี้

Lobby Lounge Hotel Okura

เดินขึ้นบันไดที่หน้า Lobby ไป จะไปเจอร้าน Elements เลยครับ ร้านนี้เปิดเฉพาะตอนเย็น เป็น Fine dinning ของ Hotel Okura  ที่ Elements นี่เขาบอกว่า เหมาะสำหรับผู้ต้องการมาทาน "Fine dinning" โดยที่ไม่ต้องเตรียมตัวหรือแต่งตัวมาก

Elements @ The Okura Prestige Bangkok

Elements @ The Okura Prestige Bangkok

Elements @ The Okura Prestige Bangkok
ห้องอาหาร Elements มีทางออกด้านนอก และมีที่นั่งด้านนอกครับ สามารถมองเห็นสระว่ายน้ำ และเดินไปที่สระว่ายน้ำก็ได้ 

สระว่ายน้ำ Hotel Okura Bangkok
มุมมอง จากที่นั่งด้านนอก ของ Elements

ดูจากมุมนี้ ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ว่ายน้ำแล้วจะตกลงไปข้างล่างหรือเปล่าครับ แต่คงไม่ตกนะ
สระว่ายน้ำ Hotel Okura Bangkok
ผมว่า โรงแรมแห่งนี้และห้องอาหารแห่งนี้ ทั้ง Elements ทั้ง Up and above มันเหมาะกับผู้ใหญ่ มากกว่าที่จะเป็น กลุ่มวัยรุ่น มานั่งสังสรรค์กันครับ  อีกทั้งบรรยากาศก็คงไม่เอื้อให้วัยรุ่นมากันเท่าไหร่นัก  

เริ่มด้วยการดูเมนู เครื่องดืม หน้าแรกเป็น Signature cocktail  กับ Sake Cocktail

เมนูเครื่องดื่ม Elements

เมนูเครื่องดื่ม Elements

แล้วผมก็ทดลอง สั่ง cocktail ที่ชื่อว่า Sakura มาลองดู cocktail ตัวนี้มีองค์ประกอบของสาเก และ อุเมชู ผมว่ามัน หญิง หญิง มากครับ รายการนี้  สาวๆน่าจะชอบครับ สีสวย รสชาติทานง่ายมาก

Sakura @ Elements
เมนู Elements ด้านซ้ายเป็น Ala crate ด้านขวาเป็นอาหารเป็น course ครับ อาหารที่เป็น course มี wine pairing ให้ด้วย
Menu Elements

Menu Elements
ในครั้งนี้เราสั่งอาหารเป็นชุด มาสองชุดได้แก่ ชุด Inspiration ( 5 courses 1600 baht) กับชุด Tasting Micro experience  (  8 courses 2500 baht) เวลาคนสองคน สั่งชุดอาหารที่มีจำนวน จาน ไม่เท่ากัน จะมีปัญหาในการ "รอ" จานถัดไป บ้างครับ
สำหรับผม ผมว่าถ้าจะบอกว่า อาหารที่นี่ "อร่อยทุกอย่าง" ผมว่า ไม่น่าจะใช่แบบนั้น   แต่อาหารที่นี่มีถูกทำด้วยความตั้งใจอย่างสูง ในการทำทุกอย่าง อันนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ  ผมว่าอาหารที่นี่บางอย่างก็ทานยาก ไม่คุ้นเคย นะครับ  ผมว่าน่าจะเน้นคำว่า "experience" ครับ  มาที่นี่เพื่อประสบการณ์แห่งการกิน

ดูรูปเรียงตามลำดับที่อาหารออก ของ ชุด Tasting Micro experience ครับ  ทุกๆครั้งที่เสริฟ บริกรจะอธิบายรายละเอียดที่เป็นที่มาของอาหารทุกจานครับ  พนักงานบรรยายได้หลายภาษาครับ  
จานแรก Foie Gras on Lime

Foie Gras on Lime
Bio egg ravioli  
Bio egg ravioli
 Fumes of artichokes   ที่เห็นเป็นไม้เสียบๆ นั้นเป็นสัตว์พันธุ์เดียวกับพวกกุ้ง กั้ง แต่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีครับ  รสชาติ ก็ โอเคอยู่
Fumes of artichokes

Alaskan cod fish ปรุงด้วยความร้อน 62 องศา เพื่อรักษาไขมันในเนื้อปลาเอาไว้ไม่ให้ไปเพราะความร้อน

Alaskan cod fish 62 degree
CO2 Gin Tonic Lime  อันนี้เอามาคั่น เพื่อเปลี่ยนรสชาต จากปลา ไปสู่เนื้อ
Co2 Gin Tonic lime
 Jack Creek Black Angus perfumed  จานนี้เป็นเนื้อครับ ที่ครอบอยู่ในฝาแก้วนั่นแหละ
Jack Creek Black Angus perfumed
เข้าสู่ mode ของหวาน จานนี้ Ice goats cheese รสชาติ ประหลาดยิ่งนัก แต่ยังพอไหว
Ice goats cheese
 ของหวานมีสองอย่างเลย จานนี้ Raspberry Rosella

Raspberry Rosella 
ส่วนอาหารในชุด Inspirations นั้นผมถ่ายมาไม่ครบครับ มีแค่บางอย่าง อันนี้ main เป็น Kurobuta ( ผมว่ามันหน้าตาดี แต่รสชาติงั้นๆ นะครับ)

Kurobuta pork with a touch of soy
อันนี้เป็น Tuna raw "Charcoal taste " มาพร้อมกับ มะเขือเทศ 7 สายพันธุ์

Tuna raw "Charcoal Taste"
Truffled sandwich brie de Meaux

Truffled  sandwich brie de Meaux
คงจะมีแค่นี้ครับ  ผมว่าการมาทานอาหาร set แบบนี้ มันได้ประสบการณ์ในการทาน มากกว่าที่จะหวังมาทานให้อร่อย ครับ  การลองทานของแปลกใหม่ โอกาสที่จะเจอไม่ถูกปากสูงมากครับ อย่างเช่นกรณีของผมที่กับอาหารในรูปด้านบน   สำหรับความเห็นเกี่ยวกับสถานที่และบริการ ผมว่าที่นี่เหมาะกับ "ผู้ใหญ่" ครับ มาคุยธุรกิจ หรือมาทานข้าวตามประสาผู้ใหญ่ครับ  แต่คงไม่ใช่วัยรุ่นมานั่งดื่มชมวิว หรือมานั่งจีบกันสักเท่าไหร่  ถ้าจะมาจีบกัน ผมว่ามีที่อื่นที่ "เหมาะกว่า" ครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น