วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560

ทริป World Expo 2017 Future Energy ที่กรุง Astana Kazakhstan ตอนที่สอง

Astsna Kazakshatn, World Expo 2017
ความเดิมตอนที่แล้ว เราไปดูงาน Expo 2017 ที่ Kazakhstan เป็นงานใน Theme Future Energy  ในตอนที่แล้วเพิ่งดูได้แค่วันแรกครับ  ไปวันที่สองอีกวัน ตื่นเช้าไปเหมือนเคย

ความเดิมตอนที่แล้วตาม link

วันที่สองตั้งใจจะมาดู Pavilion ของไทยและของเกาหลีครับ  แล้วก็ไล่เก็บ ประเทศอื่นๆตามทางด้วย  วันที่ผมไปนี่เป็นวันชาติของรัสเซีย เขาก็เลยมีงานวันชาติ  และอีกอย่างตอนที่ไปเป็นวันเกือบสุดท้ายของการจัดงาน Expo ครั้งนี้แล้วครับ  ประมาณว่าสองวันสุดท้าย

National Day Russian Fedeation
ด้วยความที่ไปเช้า ทำให้หลายๆ Pavilion ยังไม่พร้อมจะให้เข้าชมครับ ก็เดินเข้าไปคนก็ยังไม่ค่อยจะมากัน  ตั้งใจมาดู Thailand Pavilion เลย

Thailand Pavilion, World expo 2017
เนื่องจากเป็นงาน Expo ที่ไม่ใช่ขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้รับการรับรองจาก BIE เหมือนงานในปี 2015 ที่กรุงมิลานอิตาลี  เราจึงไม่ได้เห็น Pavilion อันใหญ่ยักษ์ แต่เป็นคล้ายๆ การจัดงานในอาคารพื่นที่ที่เตรียมเอาไว้ เหมือนไปเมืองทองธานี  โดยประเทศไทย จัดใน Theme พลังงานจากพืช  เพราะในขณะที่ประเทศอื่นๆ อาจมีน้ำมัน มีแร่ธาตุ มีทรัพยากรธรรมชาติพลังงานมากมาย มีเทคโนโลยี   แต่ประเทศไทยเป็นประเทศทางการเกษตรกรรม ผมว่าเราเอานวตกรรมพลังงานจากการเกษตร ก็นับว่าไม่เลวเหมือนกัน

อันนี้แอบไปถ่ายข้างบนมา  เรายกครัวการบินไทยและอาหารไทยมาไว้ในงาน ในส่วนร้านอาหารไทยด้วย
Thailand Pavilion, World expo 2017
 ห้องนำแสดงแบ่งเป็นสามห้อง ห้องแรก คล้ายๆเป็น introduction  เข้าไปก็ไปยืนฟังบรรยายนิดหน่อย
Thailand Pavilion, World expo 2017
 ประเทศไทยมาใน Theme พลังงาน Bio diesel  แต่เอาข้าวโพด มาเป็น mascot เพราะ ผู้จัดของไทยแจ้งว่า จากการทำการบ้าน พบว่าผู้เข้าชมงาน expo ส่วนใหญ่จะเป็นชาว Kazakhstan เอง และชาว คาซัค ชอบทานข้าวโพด มากๆ  และ mascot ที่เป็นข้าวโพด เข้าใจง่าย และน่าจดจำ  จึงได้เลือก mascot ตัวนี้มา

อ้อ mascot น้องข้าวโพดตัวนี้ชื่อว่า "พลัง"

Thailand Pavilion, World expo 2017
 เข้าไปห้องที่สองเป็นห้องชมหนังสามมิติ เกี่ยวกับการผลิตพลังงานทาง Bio

Thailand Pavilion, World expo 2017
 ห้องสามเป็นห้องผสมผสาน มีการเอาช้างไปวางไว้ และมีข้าวโพดยักษ์  และก็มีมูลช้าง  เพราะมูลช้างผลิตพลังงานได้ และแถมตัวช้างเอง ก็เป็นจุดสนใจ ที่ผู้เช้าชมพาวิลเลียน มาถ่ายรูปด้วย

คล้ายๆ กับเวลาไปพาวิลเลียนอียิปต์ ก็ถ่ายรุปคู่กับสฟิงค์  พอมาพาวิลเลียนไทย ก็ถ่ายรุปคู่กับ ช้าง

Thailand Pavilion, World expo 2017
 ข้างบนมี คาเฟ่ อเมซอน

Thailand Pavilion, World expo 2017

Thailand Pavilion, World expo 2017
 มีบูทนวดไทยด้วยครับ
Thailand Pavilion, World expo 2017
การที่ประเทศไทยไปออก พาวิลเลียนแบบนี้ หลักๆ คือการประชาสัมพันธ์ประเทศ  ผมคิดว่าไปจัดแบบนี้ คนคาซัคสถานก็รู้จักประเทศไทยขึ้นเยอะ  จากที่ไม่รู้จักประเทศเราเท่าไหร่  ขนาดไปยังต้องขอวีซ่า  และขอเข้าประเทศยากมาก ครับ

เวลาประเทศไทยเราเดิน ทรูป กันด้วยผีตาโขน นะครับ เรียกแขกได้มาก เพราะผมว่าดนตรีมันสนุก และผีตาโขนก็สีสดใส ชาวต่างชาติไม่เคยเห็น มาถ่ายรูปกันใหญ่

ผมคิดว่าถ้าเอา kpi มาจับเป็นว่า ลงทุนไปเท่าไหร่แล้วได้รับความสนใจเท่าไหร่  ผมคิดว่า ทำแบบประเทศไทย ก็ดีเหมือนกัน  จริงๆไม่ค่อยมีเทคโนโลยีไฮเทค อะไรเท่าไหร่ แต่ความน่าสนใจเยอะมาก และเป็นที่น่าจดจำ ทำให้ Pavilion ของไทยเป็น Pavilion ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดติด อันดับหนึ่งในสี่ของ Pavilion ทั้งหมด จากกว่าหนึ่งร้อยประเทศ

Thailand Pavilion, World expo 2017

Thailand Pavilion, World expo 2017


Thailand Pavilion, World expo 2017

Thailand Pavilion, World expo 2017

Thailand Pavilion, World expo 2017


Thailand Pavilion, World expo 2017

Thailand Pavilion, World expo 2017
อีกสองพาวิลเลียนที่อยากพูดถึงคือ พาวิลเลียนของประเทศเกาหลี กับของประเทศเยอรมันนีครับ

แต่เอารูป อียิปต์มาแปะเฉย  ผมว่าถ้า Pavilion มีอะไรน่าจดจำ มันก็คงเป็นพวกนี้แหละ ที่คนไปจะถ่ายรูป

Astana Expo , World expo 2017

เหตุที่อยากเขียนถึง Pavilion เกาหลีเยอะหน่อย ก็เพราะว่า พาวิลเลียนนี้ มีการผสมผสานระหว่างความเป็นศาสตร์และศิลปเข้าด้วยกัน มีทั้งเทคโนโลยี และงานแสดง

ห้องแรกเป็นห้องเปิด ก็จะมีฉายหนัง เรื่องราวของเกาหลี และเรื่องราวของพลังงานประเทศ

Korea Pavilion, Astana Expo 2017

Korea Pavilion, Astana Expo 2017
 พอจบ ฉากก็จะเปิดออกมา เหมือนบานพับ เพื่อส่งคนเข้าไปที่ห้องที่สองต่อ
Korea Pavilion, Astana Expo 2017
 ห้องที่สองเป็นหนัง ที่ฉายลงบนฉาก ที่เป็นริ้วๆ เป็นหนังเรื่องราวเกี่ยวกับ ชายหนุ่มที่ขับเครื่องบินที่ใช้น้ำมันดีเซล แล้วหลงบินตกไปยังเมืองที่เป็น smart city ที่เขาไม่มีการใช้น้ำมันกันแล้ว

Korea Pavilion, Astana Expo 2017

เล่นหนังอยู่ ก็จะมีคนวิ่งออกมาทะลุจอ เหมือนดูหนังแบบทะลุจอ แต่ก่อน
Korea Pavilion, Astana Expo 2017
ห้องสุดท้าย เป็นห้องที่เสนอ นวตกรรม  เข้าไปถึงเขาจะแจก Samsung note คนละอัน และพอเดินเข้าไปใกล้เสา ตัวเรื่องราวในนั้นก็จะขยายใหญ่ขึ้นมา  เป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับคนเคยเห็นครั้งแรก  แต่อีกหน่อย เทคโนโลยีนี้ คงใช้กันทั่่วไป  ผมว่ามันจะช่วยขายของได้ดีมาก

Korea Pavilion, Astana Expo 2017
อีกพาวิลเลียน สุดท้ายที่จะกล่าวถึงคือ ของเยอรมันนี   คือไปต่อคิวรอนานมากเลยต้องเขียนถึงสักหน่อย  ที่พาวิลเลียนนี้มีขายเบียร์เยอะมันที่ตรงทางออกด้วยครับ

ที่เยอรมันก็ขายเมืองต่างๆของเขาเหมือนกัน  และทีเทคโนโลยี เป็นแท่งบวกลบ คล้ายๆถ่าน เอาไปวางตรงช่องที่เป็นสิ่งที่เขานำเสนอ แล้วภาพมันจะขึ้นมาตามภาษาที่เราต้องการ

Germany Pavilion, Astana Expo 2017
 ห้องสุดท้าย เป็นการแสดงแสงสีเสียง และเทคนิค อลังการ

ที่ผมจำได้ดีสุดในพาวิลเลียนของเยอรมันนี คือ การที่ทำกระแสไฟจากแรงน้ำ ที่มีความต่างศักย์ต่ำๆ  ถ้าเป็นแบบนี้ น้ำในท่อประปา ท่อระบายน้ำเสีย ก็น่าจะปั่นไฟได้

Germany Pavilion, Astana Expo 2017

Germany Pavilion, Astana Expo 2017
จบแล้วสองตอน เขียนเท่านี้ ตอนหน้าจะมาเขียน ถึงบ้านเมืองของคาซัคสถาน และเรื่องอาหารการกินบ้างครับ

ส่วนตอนนี้จะสรุปว่า ผมภูมิใจที่ได้ไปเยี่ยมไทยพาวิลเลียน ที่งานนี้ ผมว่าจัดดีกว่างาน ของ Thai pavilion ที่ มิลาน Expo 2015 อีกครับ  อีกครับ อันนี้ link ของอันเก่า 

ไทยพาวิลเลียน ไม่ได้สร้างไว้ให้คนไทยดูเป็นหลักครับ  เพราะมันคืองาน pr ประเทศ เราสร้าง ไทยพาวิลเลียนไว้ให้คนต่างชาติดูครับ

วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560

ทริป World Expo 2017 Future Energy ที่กรุง Astana Kazakhstan ตอนที่หนึ่ง

Expo 2017
กี่ยวกับการศึกษาดูงาน
การศึกษาดูงานนี้อยู่ในช่วงวันที่ 6 กันยายน 2560 ถึงวันที่ 9 กันยายน 2560 ที่กรุงอัตตานา สาธารรัฐคาซัคสถาน การศึกษาดูงานนี้ได้รับเชิญจาก Index creative village และโดยความร่วมมือของคุณประเจต อดีตที่ปรึกษารัฐบาลไทยในการจัด ​Thai Pavillion ในงาน World Expo หลายสมัย
อันเพื่อทำความเข้าใจถึงลักษณะของการทำงาน World Expo เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเสนองานใน World Expo 2020 ที่ประเทศดูไบ ต่อไป
เกี่ยวกับ งาน World Expo
งาน World Expo เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อโชว์เทคโนโลยี ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศต่างๆ และของโลก โดยเริ่มจัดในครั้งแรกในปี ค.ศ.1851 ที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ และครั้งต่อมาที่ประเทศฝรั่งเศส โดยหอไอเฟิล ก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างของโลกที่สร้างขึ้นในงาน World Expo ภายหลังก่อตั้งเป็นสำนักงาน มหกรรมโลก (Bureau International des Exposition) หรือ ​BIE โดยประเทศสมาชิกจะเวียนกันจัด โดยงาน Expo ที่จัดและได้รับการรับรองโดย BIE ก็มีหลายขนาด  ขนาดใหญ่ที่สุดจัดทุกห้าปี จัดความยาวครั้งละไม่เกินหกเดือน และไม่จำกัดพื้นที่จัด ซึ่งครั้งสุดท้ายจัดไปที่ประเทศอิตาลี ที่กรุงมิลานในปี 2015 และครั้งต่อไปคือจัดที่ ประเทศดูไบ ปี 2020 ซึ่งงานใหญ่นี้เรียกว่าระดับ International Registered Exibition

ส่วนงาน world expo ที่คาซัคสถานในปีนี้ เป็นงาน ระดับ International Recogised Exibition จัดขึ้นระหว่างงาน Expo ใหญ่สองงาน ซึ่งอย่างครั้งนี้ปี 2017 ก็จัดระหว่างปี 2015 กับปี 2020  โดยข้อแตกต่างจากงาน Registered Exibition คืองาน Recogised Exibition  คือ งาน Recoginsed Exibition จัดครั้งละไม่เกินสามเดือน และพื้นที่จัดงานไม่เกิน 250,000 ตารางเมตร รวมถึงต้องเว้นช่วงห่างจากงานใหญ่ครั้งที่แล้วอย่างน้อยสองปี  อย่างเช่นงานที่อิตาลีจัดในปี 2015 งานครั้งนี้ก็ต้องจัดปี 2017 เป็นต้น

สำหรับงาน Astana Expo 2017 นี้ จัดภายใต้หัวข้อหลักคือ พลังงานแห่งอนาคต หรือ Future Energy มี Pavillion มากกว่า 100 พาวิลลเลียน ภายใต้พื้นที่จัดงาน กว่า 1000 ไร่

เกี่ยวกับประเทศ สาธารณรัฐคาซัคสถาน
สาธารณรัฐคาซัคสถานเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียกลาง โดยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตเก่า  เพิ่งได้รับเอกราชมาเมื่อไม่ถึงสามสิบปีนี้  ประเทศสารธารณรัฐคาซัคสถานเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับเก้าของโลก แต่มีประชากร ประมาณสิบเจ็ดล้านคน และประชาชนก็มีหลายเชื้อชาติ ผสมผสานมองโกล กับชาวยุโรป  และชาวมุสลิม  เรียกได้ว่าประเทศนี้มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาก  และภาษาที่ใช้ทางราชการก็คือภาษา คาซัค และภาษารัสเซีย  คนที่นี่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยรู้เรื่องครับ

โดยตั้งแต่แยกประเทศออกมาก็มีผู้นำคือประธานาธิปบดีนาซาร์ บายิฟ มาโดยตลอดและเป็นผู้ริเริ่มความคิดให้ย้ายเมืองหลวงจากกรุง Almaty มาที่กรุง Atana ซึ่งเป็นเมืองที่จัด Expo นั้นเอง  
ส่วนหนึ่งในการที่ BIE เลือก Atana เป็นที่จัดงาน ก็อาจจะเป็นเพราะว่า Atana สามารถนำเสนอได้ว่า การจัด World Expo นั้นมีความสำคัญในการพัฒนาเมืองของเขาได้อย่างไรบ้าง โดยเมือง Atana ก็เเป็นเมืองที่สร้างมาใหม่ได้ไม่นานจริงๆ  แม้แต่ในขณะจัดงาน Expo นั่น เมืองบางส่วนก็เหมือนยังสร้างอยู่
การเดินทางไป Astana จากประเทศไทยนั้นมีสายการบินตรงสัปดาห์ละสองเที่ยว การเดินทางใช้เวลาบินประมาณ แปดชั่วโมง แต่การไปค่อนข้างยุ่งยาก ตอนที่ต้องทำวีซ่า  เพราะการทำวีซ่านั้นต้องมีใบเชิญ หรือ invitation letter มาจากบริษัทที่ สาธารณรัฐคาซัคสถานมาก่อน ถึงจะขอวีซ่าได้  และจากการไปครั้งนี้พบว่าประเทศของเขายังไม่พร้อมรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะดวกในการติดต่อของนักท่องเที่ยว และในเรื่องการให้บริการ   รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยมีเรื่องราวมาก  เพราะทุกที่ล้วนสร้างขึ้นมาใหม่  แต่ข้อดีก็มีคือค่าครองชีพของที่นี่ค่อนข้างถูกกว่าเมืองไทยครับ

Astana ,Kazakhstan
บทความอันแรกนี้เขียนเกี่ยวกับ งาน Expo อย่างเดียว ส่วนเรื่องอื่น เด๋วจะเขียนอีก บทความหนึ่งครับ

การดูงานเริ่มจากส่วนของเจ้าภาพก่อน โดยเข้างานตั้งแต่เก้าโมงครึ่งโดย หน้างาน ไม่มีคิวมาก และการรักษาความปลอดภัยก็ไม่มากมาย

วันแรกที่ไป ท้องฟ้ายังสว่างมาก แต่พอวันที่สองเท่านั้น อากาศเปลี่ยนแปลง ขมุกขมัวแบบนี้ จากอุณภูมิ 28 องศา ลดไปเหลือ 9 องศาเซลเซียส กันเลย  ยิ่งเช้าๆ นี่เหลือ 3 องศา

World Expo 2017 Future Energy

World Expo 2017 Future Energy
มุ่งตรงไปพาวิลเลียนแรก เลยคือของเจ้าภาพ ตรงที่เป็น Sphere กลมๆตรงกลางครับ ทราบว่าเจ้าภาพทุ่มหมื่นล้านบาทในการสร้างพาวิลเลียน ของตัวเองขึ้นมา ภายในประกอบด้วยเจ็ดชั้น และอาคารชั้น ground อีกหนึ่งชัั้น
โดยชั้น ground จะเป็นงานแสดงเกี่ยวกับชาติ ของคาซัคสถาน และงานวิจัยทางด้้้านพลังงานต่างๆที่ นักวิจัยของเประเทศเขาทำอยู่

Astana Expo 2017

ตำนานของ Qazaq บิดาของ ประชาชนชาว คาซัคสถาน  ว่ากันว่า Qazaq แบ่งความมั่งคั่งของเขาออกเป็นสีส่วน โดยสามส่วนเขาได้มอบให้กับลูกสามคน และส่วนที่สี่ได้เก็บไว้เพื่อให้กับผูัมาเยือน โดยตามตำนานของคาซัคสถาน ท่านว่า แขกที่มาเยือนประดุจดังผู้นำสารจากสวรรค์  ซึ่งจะนำโชคดีมาให้กับเจ้าบ้าน
ที่ชั้นหนึ่งยังมี ต้นไม้ Bayterek ซึ่งหมายถึงต้นไม้แห่งชีวิต ที่มีนกชื่อ Samruk นกแห่งความสุข มาวางไข่เอาไว้ 


Astana Expo 2017
ช่วงเช้าไปที่ Sphere ยังคนไม่เยอะมาก แต่คนจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไปสาย เพราะ Hilight ของทุกๆอย่างอยู่ที่นี่เป็นส่วนใหญ่ และเคล็ดลับอีกอย่างคือ ตอนเช้าๆ  Pavillion ข้างนอกก็จะยังไม่แน่นมากเหมือนกัน เพราะเขาจะมาที่ Sphere บูทของเจ้าภาพก่อน แล้วค่อยออกไป Pavillion ของประเทศต่างๆ
จากชั้นหนึ่งก็ขึ้นลิฟท์ไปชั้นเจ็ดซึ่งเป็นชั้นบนสุด แล้วค่อยๆ เดินลงมาเรื่อยๆ ดูงานนิทรรศการทีละชั้นทีละชั้น

Astana Expo 2017
ชั้นบนสุดเป็นความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ พลังงานในบ้าน พลังานในเมือง ที่มาของพลังงานปัจจุบัน และทิศทางพลังงานในอนาคต และความสำคัญของมัน
ชั้นต่อมาเป็นพลังงานจากอวกาศ การสำรวจอวกาศ การกำเนิดจักรวาล  พลังงานไม่สูญสลายไปตั้งแต่จักรวาลก่อกำเนิดขึ้น เพียงแค่มันเปลี่ยนรูปไป

Astana Expo 2017
ลงอีกชั้นเป็นเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์  มีการผสมผสานตำนานของประเทศต่างๆ ที่ว่าด้วยพระอาทิตย์ เข้ากับงานแสดง

Astana Expo 2017

Astana Expo 2017
ลงมาอีก เป็นพลังงานลม ก็มีอ้างอิงถึงเทพเจ้าลมของแต่ละประเทศอีกเช่นกัน  พระอาทิตย์มีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดลม

Astana Expo 2017
ชั้นต่อมาเป็นพลังงานจากสิ่งมีชีวิต เช่นจากมูลสัตว์ จากพืชต่างๆ และดูเหมือนว่าพลังงานจากสาหร่ายจะมาแรงสุด

ลงชั้นล่างจะต่อมาเป็นพลังงาน ศักย์ พลังงานกล  พวกนี้ก็น่าสนใจ พลังานกลก็คล้ายๆกับการปั่นจักรยานแล้วเกิดกระแสไฟฟ้านั่นเอง  พลังงานกลเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าสามารถสร้างทางเดิน หรือทางวิ่งของรถยนต์ที่สร้างกระแสไฟฟ้าได้  ในรูปเป็นการแข่งปั่นจักรยาน เพื่อความเข้าใจเรื่องพลังงานแบบสนุกสนาน

ส่วนชั้นล่างอีก เป็นพลังงานน้ำ ครับ

Astana Expo 2017

Astana Expo 2017
Astana Expo 2017
Mascot ของ Astana Expo 2017  ผมคิดว่าตัวพระอาทิตย์น่ารักที่สุด

Astana Expo 2017
แค่ Pavilion เดียวก็ไปครึ่งวันแล้วครับ ก็เลยมาทานข้าวที่ร้านอาหารจีน ซึ่งรสชาติจะออกเค็มหน่อย  แต่โดยรวมก็อร่อยดีครับ

Astana Expo 2017

Astana Expo 2017

Astana Expo 2017
ตอนช่วงบ่ายก็ไปอีกหลาย Pavilion ครับ  แต่ไม่ค่อยมีอะไรน่าจดจำเท่าไหร่
ตรง

Astana Expo 2017

Astana Expo 2017
 อินเดีย ก็มีของมาขาย ครึกครื้นดีครับ
งาน Expo นี่เหมือน แต่ละประเทศเขามาประชาสัมพันธ์ประเทศตัวเอง  เข้าใจว่า Theme เรื่องพลังงาน อาจจะยากสำหรับบางประเทศ  ก็เลยไม่รู้จะเอาอะไรมาแสดง

Astana Expo 2017

ประเทศจีน ต้องต่อคิวเข้าไป  เข้าไปแล้วไม่มีอะไร มีหนังดูเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่า ดูแล้วได้อะไร

Astana Expo 2017
หนึ่งใน Pavilion ที่น่าจดจำ คือ Pavilion ของประเทศญี่ปุ่น และตอนนี้ญี่ปุ่นส่ง Osaka เข้าร่วมประกวดเป็นเจ้าภาพ World Expo 2025  ผมคิดว่า Osaka น่าจะชนะ ครับ ถ้าชนะ โอซาก้าจะจัด Expo นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว

Astana Expo 2017

Astana Expo 2017

Astana Expo 2017
พาวิลเลี่ยนของ สิงคโปร์ มีเทคนิค การนำเสนอเจ๋งๆดีครับ  แต่เนื้อหาก็ไม่รู้ว่ามีอะไรเหมือนกัน

Astana Expo 2017
ประเทศสุดท้ายที่ไปดูในวันแรก คือประเทศฝรั่งเศส  Pavilion ของประเทศนี้ ประเทศนี้จัด Booth สวยดีครับ  สวยแบบ มีสไตล์ และมีเนื้อหาด้วย  เป็นการให้เอกชนสามรายของประเทศมาจัดบูท สามห้อง มีห้องของบริษัทคอนกรีต  ห้องของบริษัท รถยนต์ เป็นต้น

France Pavilion  , Astana Expo 2017

France Pavilion  , Astana Expo 2017
 คอนกรีต ที่แสงส่องผ่านได้  และคอนกรีต ที่มี Internet of thing อยู่ข้างใน

France Pavilion  , Astana Expo 2017

France Pavilion  , Astana Expo 2017
ค่อยมาเขียนต่อตอนหน้าดีกว่าครับ ชักเหนื่อย

link ตอนที่สองมาแล้วครับ

http://www.ichirosblog.site/2017/09/world-expo-2017-future-energy-astana_18.html