วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

ทริปลอนดอน เอดินเบริ์ก ล็อคเนส เดินทางด้วยตัวเองครับ Day 1-2

Big Ben, London
ห่างหายไปนาน แต่ก็ไปเขียนสั้นๆอยู่ในหน้า fanpage ครับ  ผมว่าช่วงหลัง google ไม่ค่อยให้ค้นเจอหน้าเพจผมเท่าไหร่แล้ว ไม่เหมือนช่วงปีแรกๆที่ทำมา  ทั้งๆที่เราก็ใส่ key word ทุกอย่างเหมือนเดิมหมด  แต่ไม่เป็นไรได้เท่าไหร่เท่านั้น

ทริปนี้เริ่มคิดตั้งแต่ปีที่แล้วตอนที่เห็นการ vote Brexit แล้วทำให้ค่าเงินปอนด์ อ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินบาท ก็เลยเดาเอาเองว่าเป็นโอกาสในการไปเที่ยวอังกฤษหรือเปล่า   ตั้งแต่วันนั้นก็ทำการจองตั๋วเครื่องบินครับ  แล้วพอมาใกล้ๆ ก็ไปทำ Visa อีกที

การทำ VISA ก็ไปทำที่ VFS ที่อยู่ที่สุขุมวิท 13 ครับ อยู่ที่อาคาร Trendy http://www.vfsglobal.co.uk/thailand/thai/applicationcentre.html 

การไปทำค่อนข้างใช้เวลาหน่อย เขาเลยมีบริการพิเศษสำหรับวันที่ยื่น และถ้ายื่นแล้วอยากได้เร็วภายในสามวันทำการ ก็จ่ายเงินเพิ่มเอาได้ครับ  ลองปรึกษา VFS ดูนะครับ  คือผมคิดว่าการบริหารจัดการของ VFS ค่อนข้างใช้ได้  แต่ว่าคนมาขอวีซ่ากันเยอะมาก ทำให้ยังไงก็อาจต้องเสียเวลาครับ

ช่วงวันที่ไปคือระหว่าง 12 มีนาคม ถึง 19 มีนาคม ครับ อุณหภูมิ อยู่ในช่วง 2 องศา เซลเซียส ถึง 12 องศาเซลเซียส แต่ถ้าไปที่ Scotland จะหนาวกว่า และลมแรงกว่าด้วย

Day1-2 การเดินทาง ในเที่ยวนี้ไปโดยการบินไทย TG910 บินตอนเที่ยงคืนครับ  บินไปถึงที่ Heathrow ตอนเช้าหกโมง

Heathrow, London
 เรียก Shuttle Taxi มารับครับ ราคาจาก Heathrow ไปถึง ที่พักที่ Piccadilly ซึ่งค่อนข้างใจกลางเมือง ก็ประมาณ 60-70 ปอนด์ ครับ ราคานี้พอๆ กับนั่งรถไฟ  Heathrow express เพราะอันนั้นนั่งคนละ 22 ปอนด์  แต่จะมาลงที่สถานี Paddington ครับ

ผมว่ามา Shuttle taxi ก็สะดวกดีถ้าไปหลายคนครับ

Heathrow, London
เข้าโรงแรมยังไม่ได้ ไปเอาตั๋วสำหรับการเดินทางไป เอดินเบริ์ก ในวันรุ่งขึ้นไว้ก่อน เพราะกลัวว่าจะยุ่งๆ

London

มาที่สถานี Euston ครับ

Euston Station ,London

จากสถานี Euston ก็ขึ้น Underground ไปเที่ยวต่อเลยครับ การซื้อตั๋วรถไฟ มีแบบซื้อบัตร one day pass ได้เลย ราคาสิบสองปอนด์

ซึ่งอีก ทางเลือกในการซื้อตั๋วคือซื้อ Oyster pass ครับ  อันนั้นจะเป็นแบบบัตรเติมเงิน ซึ่งจะมีค่าบัตร ห้าปอนด์  และถ้าขึ้นรถไฟใน zone 1-2 ก็จะมี แคป ราคาไว้ไม่เกินวันละหกปอนด์ ครับ ดังนั้นถ้าจะมาหลายวัน ซื้อ Oyster pass ก็จะคุ้มกว่า

Underground London
 ใบนี้คือ one day pass
One day pass
ตั้งใจจะไปถ่ายรูป Big Ben แต่มาเปลี่ยนรถที่สถานี Green park เสียก่อน เห็นป้าย ว่าไปวัง Buckingham ได้ ก็เลย หลงมาแวะที่หน้า วัง Buckingham ก่อน  เพราะตอนมามาถึงประมาณสิบโมงครึ่ง เขามี Changing Guard พอดีเลยละ

Changing Guard at Buckingham palace
 แถวนี้ดีนะ มีทั้ง Green Park และ St. James's Park  ร่มรื่นกว้างใหญ่ น่าวิ่งออกกำลังกายมาก
Changing Guard at Buckingham palace
 คนเยอะมาก ถ่ายรูปได้แค่ไหนแค่นั้น

Changing Guard at Buckingham palace

Changing Guard at Buckingham palace

Changing Guard at Buckingham palace
 ขบวนมันมายาวต่อกันเรื่อยๆ
Changing Guard at Buckingham palace
ดอกซากุระ บานแล้วที่ St. James's Park
Sakura at St. James' s park
จาก St. James's Park ทีแรกว่าจะนั่งรถไฟไป แต่ปรากฎว่ามองไปก็เห็น London Eye เห็น BigBen แล้ว ดังนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ ดีกว่า ชมเมืองไปด้วย

จริงๆ BigBen เป็นหอนาฬิกาของพระราชวังเวสมินสเตอร์ ที่ปัจจุบันเป็นรัฐสภานั่นเอง
ฺBig Ben มองจากมุมนี้ 
เดินมุ่งหน้าไป จากผ่าน Westminster Abbey ด้วย จริงๆ เรียกว่าไม่ผ่านหรอกครับ แค่หันไปมองเห็น ถ้าจะเข้าไปถ่ายรูปด้านในวิหาร Westminster  ต้องมาก่อนสามโมงครึ่ง

Westminster Abbey
เดินๆอยู่ ฝนตกเฉย  พอเดินถึงตรงนี้ มองไปทางซ้าย เอ๊ะ แวะกินข้าวเลยดีกว่า ที่ร้าน The red Lion อยู่ตรงหัวมุมถนน พอดี ร้านดูน่าเข้า

ร้านชื่อ The Red Lion ร้านนี้นะครับ อยู่ตรง Westminster อย่าไปผิดร้านนะ มีชื่อซ้ำๆ กัน http://www.redlionwestminster.co.uk/ 

ชั้นล่างเป็นผับ ชั้นบนมีที่นั่งทานอาหาร  แต่ที่นั่งทานอาหารเปิดตั้งแต่ 12.00 น,

The Red lion - Fuller's Pub

The Red lion - Fuller's Pub
The Red lion - Fuller's Pub
 Ale & PIE คือ concept ของร้านนี้  เบียร์ กับ พายน์   คือ PIE ของร้านนี้เขาได้รางวัล
The Red lion - Fuller's Pub

The Red lion - Fuller's Pub
 ถ้าไปถามเขาว่ากินเบียร์ Lager กินอะไรเขาจะแนะนำ Frontier  แต่ถ้าถามว่า เบียร์ Ale จะเอาไรดี  เขาจะบอก London Pride ดังนั้นถ้าไม่อยากได้สองอย่างนี้ ก็ไปเลือกเอาเองที่ Tap ได้เลย
The Red lion - Fuller's Pub
 จานนี้คล้ายๆ หมูสามชั้น
The Red lion - Fuller's Pub
 อันนี้ PIE
The Red lion - Fuller's Pub
อิ่มแล้วก็เดินข้ามแม่น้ำ Thames ไปเพื่อไปยัง London Eye

ผมว่าที่อังกฤษ ลอนดอน นี่ยิ่งดูคล้ายสวนสนุกเข้าไปมากขึ้น เมื่อมี London Eye

CityCruises
 ฝนตกใหญ่เลย
Westminster
อีกฝั่งของแม่น้ำ เป็นแหล่งสวนสนุกเลย เพราะมี London Eye มี London Dungeon  มี Aquarium  คือพวกนี้ ซื้อรวมเป็น package จะได้ราคาถูกกว่าครับ  หรือซื้อไปอันเดียวก่อน แล้วถ้าเปลี่ยนใจ ก็เก็บ ใบเสร็จกับตั๋วไว้ มาซื้อตั๋วเข้าอันอื่นต่อ ก็ยังได้ลดครึ่งราคาถ้ามาซื้อวันเดียวกัน    ( อันนี้คือโปรในวันที่ผมไปนะครับ ไม่รู้โปรจะเปลี่ยนเปล่า)

London Eye
ถ่ายมาจาก ภายใน London Eye ครับ จะเห็นมุมประมาณนี้  https://www.londoneye.com/

London Eye

Big Ben, London
จาก London eye ผมก็เข้าไปที่ London Dungeon ต่อครับ มันเป็นคล้ายๆ บ้านผี แล้วตรงทางออก ก็มีเล่น free fall เล็กๆ ประมาณหนึ่งชั้นตึก

กลับไป check in ที่โรงแรมครับ โรงแรมที่อยู่วันนั้นคือ โรงแรม The Z  Hotel Piccadilly  ผมว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ดี อยู่ในย่านที่เดินทางสะดวก และราคาสมเหตุสมผลครับ



The Z Hotel Piccadilly

ตรง Lobby มี ไวน์ snack มี cheese ให้ทานได้ฟรี ในช่วงเย็นๆ ถึงสองทุ่มด้วยครับ  คนมานั่งฟรีกันเพียบ

The Z Hotel Piccadilly

The Z Hotel Piccadilly

ห้องค่อนข้างเล็กครับ น่าจะยี่สิบตารางเมตรเองได้มั้ง
The Z Hotel Piccadilly

The Z Hotel Piccadilly
แล้วก็ออกไปทานอาหารเย็นที่ย่าน China Town ที่อยู่ใกล้ๆ เอง คือเดินไป

https://www.burgerandlobster.com/en/

ไปถ้าไม่เรื่องมาก นั่งตรงไหนก็ได้ ก็จะมีโต๊ะได้ไม่ยากครับ

Burger and Lobster ,London
 จัดเป็นชุด Burger แล้วก็ Lobster มาด้วยกันเลย อร่อยดี
Burger and Lobster ,London


Burger and Lobster ,London
China Towm, London
หมดวัน พอตื่นมาอีกวัน ก็เดินเล่นอยู่แถวนั้น ถ่ายรูป แล้วก็ไปสถานีรถไฟเพื่อขึ้นรถไปที่ Edinburgh ประเทศ Scotland ครับ

ขึ้นรถจากสถานี Euston ไปโดย Virgin trains  https://www.virgintrains.co.uk/
Virgin Trains

Virgin Trains
ใช้เวลาเดินทาง ประมาณห้าชั่วโมงครับ ถึง Edinburgh ก็ตอนบ่ายๆ จะเย็นแล้วละ  ไว้เขียนต่อตอนหน้าครับ

ตอนต่อไปครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น