วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เที่ยว สวิสเซอร์แลนด์ แบบ ไปเอง 14 วัน 14 คืน ตอนที่ 1 บินจากสุวรรณภูมิ ไปซูริค และไป Bern

Switzerland
ไปสวิสมาตั้งแต่วันเสาร์ สองเสาที่ 28 เมษายน กลับมาวันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคมครับ น่าจะประมาณสองสัปดาห์พอดี  พักโรงแรมสิบสองคืน กับนอนบนเครื่องอีกสองคืน คือคืนวันที่ไป กับคืนวันที่กลับครับ  บทความนี้ตั้งใจเขียนไว้เตือนให้ตัวเองดูว่าไปไหนมาบ้างเหมือน บทความอื่นๆ อีกเช่นเคย

ครั้งนี้ไป Swiss เองนะครับ ไม่ได้ไปกับทัวร์ การไปสวิสนั้น ต้องใช้วีซ่า ซึ่งสวิสเซอร์แลนด์ก็ไม่ได้เข้าสหภาพยุโรปอีก ก็ไปขอวีซ่า ที่ TSL contact อยู่ที่สาธรทาวเวอร์ครับ พนักงานที่นี่รู้เรื่องไม่เรื่องมาก เหมือนที่ไปวีซ่าอังกฤษปีที่แล้วครับ  https://ch.tlscontact.com/th/BKK/page.php?pid=home ถ้าทำ visa ต้องทิ้งเล่มไว้ ทำให้ต้องงดการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนั้นครับ  ไม่เกินสัปดาห์ก็ได้แล้วครับ  แต่ไม่มีแบบ ทางด่วนนะครับ

ผมอยากเขียนสรุป เรื่องราวของสวิสเซอร์แลนด์ที่ผมไปเรียนรู้ในข้อสำคัญมาทั้งหมด ไว้ที่บทความแรกนี้เลย แล้วบทความอื่น ก็ค่อยเล่าไปว่าไปไหนมาบ้างครับ

ก่อนไป Swiss กับหลังไปผมมีมุมมองต่อประเทศนี้ที่เปลี่ยนไปมากทีเดียว ตอนก่อนไปไม่ค่อยมีความรู้มาก นึกถึงสวิสเซอร์แลนด์ ผมจะนึกถึง ธนาคาร นึกถึง มีดสวิสอาร์มี นึกถึงนาฬิกา นึกถึงภูเขา นึกถึงชอคโกแลตครับ และก็จะนึกว่าสวิสเซอร์แลนด์นั้นเป็นประเทศที่แพง และหาของอร่อยทานยาก  แต่พอไปมาแล้ว หลายๆ อย่างในความคิดของผมเปลี่ยนไปเลยครับ

เรื่องการเตรียมตัวก่อนไปด้านเดินทางครับ

หนึ่งเรื่อง การแลกเงิน แลกเงินฟรังสวิส ไปเลยครับ เขารับยูโร แต่ไม่ค่อยสะดวกเท่าฟรังสวิส หรอก
สองเรื่อง  Swiss travel pass ครับ ซื้อไปเลย ตกวันละประมาณพันบาท ของผมนะ  เพราะมันมีหลายแบบ ลองไปติดต่อ TV air booking ดู เขามีขายครับ  คุ้มสุดครับ ใช้ได้ทั้งเรือทั้งรถ ทั้งรถไฟ ทั้งเข้าพิพิธภัณฑ์ และเป็นส่วนลดให้กับของอื่นๆที่ไม่ได้ร่วมใน swiss travel pass ด้วยครับ ดีงามมาก

Swiss travel pass
ส่วนบัตรลดแบบนี้ที่พนักงานที่ทำวีซ่าเขาจะขายให้เรา อย่าไปซื้อก็ได้ครับ 1600 บาท แต่มันหาร้านใช้ยาก และยิ่งถ้าเรามี Swiss pass แล้วนะ ไอ้นี่ไม่ได้ใช้

Swiss coupon pass
เรื่อง โทรศัพท์ เราสามารถซื้อ sim2fly จากเมืองไทยไปก็ได้ ราคาเกือบเก้าร้อยบาท ใช้ได้สองอาทิตย์ กับ 3 GB  หรือจะไปซื้อที่สนามบินก็ได้ 30 ฟรังสวิส ใช้ได้หนึ่งเดือน ไม่จำกัดจำนวนและความเร็ว

Data sim Swiss
สาม เรื่องน้ำดื่มครับ  อาจเคยได้ยินมาว่า น้ำที่นี้อาจจะแพง  แต่เรากดเอาจากก๊อกข้างทางได้เยอะแยะครับ ตามทางจะมีน้ำดื่มสาธารณะให้ตลอดครับ พกขวดไป บรรจุไว้ดื่ม ประหยัดตังค์ได้ครับ เวลาไปร้านอาหาร ก็สั่งเลยครับ ว่า May I have "Tap water"  a "jug of Tap water "  ไม่ต้องไปเกรงใจ เพราะสั่งน้ำขวดๆ มา มันแพงครับ เก็บเงินไว้ดื่มเบียร์กับ ไวน์ เตอะ อ้อ น้ำดื่มสวิสนี่ดีมาก ถ้าไม่คิดมากเรื่องน้ำจะซื้อ เอเวียง ทานทุกวันก็ได้ครับ ราคาถูกกว่าเมืองไทย

Bern, Switzerland
เบียร์ราคาไม่แพงครับ  เมืองไทยสิขายแพง  แถมมีน้อยยี่ห้ออีก ไม่ยุติธรรมเลย ส่วนน้ำดื่มจริงๆแล้วก็ไม่แพง ถ้าเอาเอวียง ไปเทียบกับ เอเวียง เมืองไทยนะครับ  ถูกกว่าครับ

Swiss beer
สี่ เรื่องอาหาร ก่อนไปคิดว่าอาหารสวิสจะไม่อร่อย แต่ความเป็นจริงคือ อาหารสวิส มีความหลากหลาย สายพันธุ์ฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาลี ขึ้นกับว่าเราอยู่เขตไหนของสวิส และร้านที่สวิส มีร้านที่ดังๆ ติดดาวมิชลิน เยอะอันดับต้นๆของโลกครับ ร้านอาหารอร่อยๆ ดีๆ เยอะมาก ทานไปเตอะ มาเมืองไทยร้านอาหารพวกนี้ ก็ราคาไม่หนีกันแล้ว และทานที่โน่น อร่อยกว่าครับ ถ้าจะประหยัด ก็ไปซื้อของจาก co op ไว้ทานเวลาเดินทางครับ เพราะเวลาขึ้นเขา ลงเรือพวกนี้ อาหารจะแพงกว่าปกติ ซื้อตุนไว้ ก่อนเดินทาง ประหยัดได้เยอะอีก

ปล อาหารไทยก็มีนะครับ แต่ราคาพอๆ กับพวกนี้ที่ผม โพสต์นั่นแหละ

เห็นรูปยังอยากทานอีก สวิสชีส อร่อยมากๆครับ

เพนเน่ อิตาเลียน

Swiss food
 ขาหมูเยอรมัน
Swiss food
 ชีส ฟองดู สวิส
Swiss food
 ฝรั่งเศส ฟินเดอร์แคร์ กับขาปู
Swiss food
 เอสคาโก ฝรั่งเศส
Swiss food
ห้า ทัวร์ แขกอินเดีย เยอะมาก น่าจะอันดับหนึ่งของสวิสเลยครับ สิ่งที่ฝันกับสิ่งที่จริง อาจไม่เหมือนดั่งจินตนาการ ไปสวิส ถ้าไปที่เที่ยวดังๆ เช่น จุงฟราวงี้นะครับ จะเจอ อินเดีย จีน เกาหลี ไทย ครับ มหาอำนาจการท่องเที่ยวสวิส

Swiss train
หก สวิสแพงไหม ขึ้นกับความคิดเห็นของแต่ละท่าน นะครับ และ แพงไม่แพง ต้องถามว่า เอาไปเทียบกับอะไร เพราะความแพง ก็เป็นเรื่องสัมพันธภาพ มันไม่ absolute แพง  เรื่องนี้ผมกังวลมากก่อนไป แต่พอไปมาแล้ว ก็พบว่า มันโอเค ครับ

เจ็ด อุณหภูมิ และสภาพอากาศของแต่ละที่ แตกต่างกันมาก เพราะความสูงและความกดอากาศก็แตกต่างกันด้วย เอาเสื้อผ้าไปเตรียม เอาร่มไป และเตรียมครีมกันแดดไป แว่นตาดำไปครับ  ได้ใช้แน่ๆ

ส่วนทริปของผมนั้น บินจากสุวรรณภูมิ รอบดึกๆ ไปถึง Zurich โดยสายการบินไทยครับ บินตรงไป ซูริค ถึงก็เช้าพอดี

ถึงสนามบิน ไม่สนใจซูริค ค่อยกลับมาใหม่ เรามุ่งหน้าไป Bern ทันที เมืองหลวงของสวิสเซอร์แลนด์

ซูริค แอร์พอร์ต
 บนรถไฟมีปลั๊กให้ด้วย

รถไฟสวิส
ถึงเบริ์น เราเข้า โรงแรมก่อนเลยครับ นอนโรงแรม Savoy ซึ่งอยู่ติดสถานีรถไฟเลย เดินไปได้

ราคาเจ็ดพันบาทต่อคืน ต่อห้อง ต่อสองคน รวมอาหารเช้าครับ
http://www.hotelsavoybern.ch/content/hotelsavoy/en.html

Hotel Savoy Bern, Switzerland
 ผมว่าห้องโอเค ทำเลดี บริการดี อาหารเช้าพอได้ครับ  คือมาตรฐานสี่ดาวอะ

Hotel Savoy Bern, Switzerland

Hotel Savoy Bern, Switzerland

Hotel Savoy Bern, Switzerland

Hotel Savoy Bern, Switzerland


Hotel Savoy Bern, Switzerland

Hotel Savoy Bern, Switzerland
 ไปถึงวันแรก แดดออก อากาศอบอุ่นครับ อากาศดีมาก สดชื่นมากวันแรกที่ Bern

Bern , Switzerland

Bern เป็นเมืองหลวง มีสัญลักษณ์ เป็นธงหมี  เพราะตอนที่จะมาตั้งเมืองที่นี่ ตั้งใจกันว่าถ้าล่าสัตว์แล้วได้สัตว์ตัวไหน ก็จะเอาสัตว์นั้นไว้เป็นชือเมือง และก็มีธรรมเนียมในการเลี้ยงสัตว์ดังกล่าวไว้ในเมืองด้วย  จึงทำให้ Bern ในปัจจุบัน ก็ยังไม่ที่เลี้ยงหมีอยู่ครับ อยู่กันริมแม่น้ำ Aare กันเลย และมีการปรับปรุงที่เลี้ยงหมีนี้อยู่เสมอครับ

จากโรงแรม Savoy สะดวกมากครับในการเดินเที่ยวเมืองในจุดต่างๆ และก็สะดวกกับการขึ้นรถรางที่มันฟรีด้วย 


Bern , Switzerland
มื้อแรกเลยที่ สวิส คือเราทานอาหารอิตาเลียนครับ  ชื่อ Rialto  http://www.rialtobern.ch/  แทบ bern นี่เขาใช้ภาษาเยอรมันก้นครับ  ถ้าไปเที่ยวเมืองต่างๆ รอบๆ สวิสมา จะพบว่า อิทธิพลของ Bern ในแถบนี้ ยิ่งใหญ่อยู่ครับ

Rialto ,Bern , Switzerland

Rialto ,Bern , Switzerland

Rialto ,Bern , Switzerland

Rialto ,Bern , Switzerland

Rialto ,Bern , Switzerland

Rialto ,Bern , Switzerland
เสร็จแล้วไปดูเมืองต่อครับ จะไปดูบ้านที่ ไอซสไตน์เคยอยู่  ไอซสไตน์เคยมาอยู่ที่ Bern ด้วยครับ ราวสองปี ช่วงยังศึกษาอยู่
Rialto ,Bern , Switzerland
รถที่นี่ ไม่มีปล่อยควันครับ  และขับมารยาทดีเว่อร์มาก

Bern , Switzerland
น้ำพุแถวๆ City hall ของ Bern  วันที่ผมไปนั้น มันร้อนกันถึงขนาดนี้เลยหรือ

Bern , Switzerland
แม่น้ำ Aare  ผมชอบแม่น้ำสายนี้ที่ bern มาก เพราะมัน ใสมากครับ  ไปแม่น้ำอื่นในสวิส ก็ไม่สะอาด และใสเท่าแม่น้ำ สายนี้ที่ไหลอยู่ที่ Bern

Aare river
Bern จะมีเมืองเก่าให้ชม มีหอนาฬิกาให้ชม

Bern , Switzerland
และก็มีบ้าน Einstein
ไอสไตน์เคยมาพักอยู่ที่ Bern สมัยที่เขาเรียน  และเขาก็ดัง ดังมากๆ จนไม่สามารถรักษาครอบครัวเอาไว้ได้  เป็นสิ่งที่ภรรยาของไอสไตน์ เขียนเอาไว้ ที่บันทึกที่บ้านหลังนี้ครับ ลองขึ้นไปชมได้ ไปชมว่าความเป็นจริงเป็นสิ่งที่สัมพัทธ์

Einstein Haus
มุมมองของ main street จากหน้าต่างห้อง Einstein
มุมมองของ main street
 ภรรยาและลูก ของ Einstein
ภรรยาและลูกของ Einstein
 เดินชมเมืองไปเรื่อยๆครับ แล้วก็ไปชม หมี ที่เมือง Bern เลี้ยงเอาไว้

Bern , Switzerland

Bern , Switzerland

Bern , Switzerland
นั่งรถ tram ไปจนสุดสายจะถึงพิพิธภัณฑ์ โค้งๆ อันนี้ครับ ข้างในเป็นงานศิลปะ

Bern , Switzerland
 ย้อนกลับมาทางเมือง จะเห็นวิว แม่น้ำ Aare สวยๆ แบบนี้

Bern , Switzerland
 หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดของยุโรป เลยละ เมือง Bern

Bern , Switzerland
 หมี แห่ง Bern ถ่ายได้แต่ข้างหลัง

Bern , Switzerland

Bern , Switzerland
แถวๆ bear pit มีร้านหลายร้านครับ ผมเลือกทานร้าน Altes Tramdepot https://www.altestramdepot.ch/de/home  เพราะมัน มีเบียร์  ซึ่งเบียร์ก็ดีมากด้วยครับ

Altes Tramdepot  ,Bean, Swiss

Bern plate อันนี้เป็น อาหารสวิส แบบผสมผสานทุกอย่างในจานเดียวกัน
https://www.facebook.com/altestramdepot.ch

Altes Tramdepot  ,Bean, Swiss
 กินผัก แบบนีั้เกือบทุกวันช่วงอยู่สวิสครับ

Altes Tramdepot  ,Bean, Swiss

อีกวันหนึ่งตื่นมาก็ออกเดินทางต่อแล้วครับ

สิ่งที่ควรทดลองทานดู คือ Chocolate สด ที่เป็นแผ่นๆ พวกนี้ครับ ไม่ต้องซื้อมาเยอะ ซื้อแค่พอทานให้หมดตอนนั้นก็พอครับ สั่งแค่ไหนเขาก็ขายทั้งนั้น เม็ดสองเม็ด ก็สั่งได้ครับ คิดราคาเป็นน้ำหนัก

Swiss chocolate

Swiss chocolate
 ตอนต่อไป ไป ลูเซิน แล้วครับ  Train to Luzern จบตอนแรกแค่นี้ครับ
Train to Luzern
ตอนสองครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น